เพื่อน ๆ เคยรู้สึกแบบนี้กันหรือเปล่า พอจบ Sandbag Lunges หรือ Burpee Broad Jumps แล้วรู้สึกว่าขาหนักเป็นตัน หัวใจพุ่งจนไม่อยากวิ่งต่อ? หลายคนอาจจะเลือกเดินแทนเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวแล้วค่อยกลับมาลุยใหม่ แต่ที่จริงแล้วเราสามารถ ฟื้นฟูร่างกาย ตัวเองได้ดีแค่ไหน ซึ่งหนึ่งในวิธีที่ทำให้เราสามารถไปต่อได้ก็คือการฟื้นตัวขณะยังเคลื่อนที่ (Active Recovery) และการจัดการความล้า (Fatigue Management) นั่นเอง

เริ่มจากระบบ Aerobic ที่ช่วยให้ร่างกายจัดการความล้าได้ดีขึ้น ทั้งการเคลียร์ของเสียที่เกิดจากการออกกำลังกาย ฟื้นฟูสมดุลของร่างกาย และนำ Lactate กลับมาใช้เป็นพลังงานระหว่างที่เรายังเคลื่อนที่อยู่
แล้วเราจะฟื้นตัวขณะยังวิ่งอยู่ได้อย่างไร?

ลองใช้ Recovery Run Strategy นี้ในระยะ 1 กิโลเมตรหลังผ่านสถานีหนัก

ระยะ 0-200 เมตร: เราจะโฟกัสที่ไปการเคลื่อนไหวให้ถูกต้องและไม่เน้นเรื่องความเร็ว
– ก้าวเท้าสั้น ๆ
– ซอยเท้าถี่ขึ้น
– หายใจออกให้เต็มที่
– Relax ร่างกายเอาไว้
ระยะ 200-800 เมตร: ช่วงคุมจังหวะ ร่างกายจะเริ่มฟื้นฟูสมดุลและจัดการความล้า
– หายใจลึกเป็นจังหวะ
– คุมอัตราการเต้นของหัวใจ
– จับจังหวะให้ดี
ระยะ 800-1000 เมตร: ช่วงเตรียมความพร้อม วิ่งจบและลุยด่านต่อไป
– กลับมาวิ่งได้เต็มสูบอีกครั้ง
– เตรียมพร้อมสำหรับด่านต่อไป
– รักษาคุณภาพของตัวเองเอาไว้

คำถามสำคัญต่อมาก็คือ แล้วเราจะฝึกการฟื้นฟูร่างกายของเราได้ยังไง?
เพื่อน ๆ ควรจะฝึกผ่านด่านจำลองเพื่อให้คุ้นเคยกับสถานการณ์จริงนั่นเอง
อย่างด่านที่ต้อง วิ่ง→สถานีหนัก→วิ่ง
จะทำให้ร่างกายถูกฝึกให้ฟื้นตัวแม้ว่าจะล้า แทนที่เราจะต้องหยุดเพื่อรอให่หายเหนื่อยเสียก่อน
แม้ว่าร่างกายจะไม่ได้สดเหมือนตอนเริ่ม แต่เรายังเคลื่อนได้อย่างมีคุณภาพต่อไป
เพราะการแข่งขันไม่ได้วัดแค่ว่าใครวิ่งเร็วที่สุด

แต่วัดว่าใคร ฟื้นฟูร่างกาย ได้เร็วที่สุด
และกลับมาสร้างความเร็วได้อีกครั้งหลังผ่านสถานีหนัก
นี่คือเหตุผลที่ 𝐎𝐂𝐑 𝐄𝐧𝐠𝐢𝐧𝐞 ไม่ได้ฝึกคุณวิ่งให้เร็ว
แต่สอนให้คุณไปต่อได้ แม้ในวันที่ร่างกายล้า



